Web Analytics
ข่าวออก ราคาขึ้น แต่ทำไมคนที่ซื้อตามข่าวถึงมักขาดทุนทุกครั้ง?
MARKET

Select Market Data Region

ข่าวออก ราคาขึ้น แต่ทำไมคนที่ซื้อตามข่าวถึงมักขาดทุนทุกครั้ง?

7 min read 12

ถ้าคุณลงทุนในตลาดหุ้นมาสักพัก เชื่อว่าต้องเคยเจอสถานการณ์แบบนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

เห็นข่าวว่าบริษัทหนึ่งได้งานใหม่ใหญ่มาก มูลค่าหลายพันล้าน รีบกดซื้อทันที แต่พอซื้อเสร็จ ราคาไม่ขึ้นต่ออีกเลย กลับเริ่มลงด้วยซ้ำ หรือเห็นข่าวผลกำไรไตรมาสดีมาก กำไรโตขึ้น 30% แต่พอซื้อตาม ราคาก็ดิ่งลง แล้วก็นั่งงงว่าข่าวดีทำไมราคาถึงไม่ขึ้น

ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกในวงการว่า Buy the Rumor Sell the News หรือซื้อตามข่าวลือ ขายตามข่าวจริง เป็นหนึ่งในหลักการพื้นฐานของตลาดทุนที่นักลงทุนมืออาชีพทุกคนรู้ดี แต่นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจกลไกนี้

ตลาดหุ้นทำงานล่วงหน้าเสมอ ราคาหุ้นสะท้อนสิ่งที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว กว่าที่ข่าวจะออกมาในสื่อหรือในโซเชียล นักลงทุนสถาบัน เฮดจ์ฟันด์ และนักวิเคราะห์ที่มีข้อมูลและเครื่องมือดีกว่า ได้ซื้อหุ้นตัวนั้นไปก่อนแล้วหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

พอข่าวออกสู่สาธารณะ นั่นคือสัญญาณว่าคนที่ซื้อมาก่อนกำลังจะขายออก คุณที่กำลังรีบกดซื้อตามข่าว แท้จริงแล้วกำลังซื้อจากมือคนที่ได้ราคาถูกกว่าและรอให้คนอย่างคุณมาซื้อต่ออยู่พอดี

ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดมักจะ Priced In หรือรวมข่าวที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเข้าไปในราคาแล้ว ถ้าทุกคนคาดว่ากำไรไตรมาสนี้จะโต 30% แต่ผลจริงออกมาโต 30% พอดี ราคาก็ไม่ขึ้นอีกเพราะไม่มีอะไรที่ดีกว่าที่คาดไว้ แต่ถ้าผลออกมาโตแค่ 25% แม้จะดูดีในแง่สัมบูรณ์ แต่ตลาดก็จะมองว่าผิดหวัง ราคาก็จะร่วง

https://www.deepscope.com/th/

แล้วจะซื้อหุ้นอย่างไรถ้าไม่ใช่การซื้อตามข่าว?

หลักการคือต้องวิเคราะห์ก่อนข่าวออก ไม่ใช่หลังข่าวออก ถ้าคุณวิเคราะห์พื้นฐานของบริษัทแล้วเชื่อว่ากำไรจะโตดีในอีก 1-2 ปีข้างหน้า คุณก็ควรซื้อก่อนที่ผลลัพธ์จะออกมาให้ทุกคนเห็น ไม่ใช่รอให้เห็นผลแล้วค่อยซื้อตาม

การลงทุนที่ได้กำไรจริงๆ มักมาจากการมองเห็นศักยภาพของบริษัทก่อนที่ตลาดจะรับรู้ ซึ่งต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกทั้งงบการเงิน แนวโน้มอุตสาหกรรม และปัจจัยมหภาค

นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านข่าวแล้วซื้อ แต่พวกเขาวิเคราะห์บริษัทอย่างละเอียด ซื้อเมื่อราคายังไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง แล้วรอให้ตลาดค่อยๆ มาเห็นคุณค่าตามที่พวกเขาวิเคราะห์ไว้

การรู้ว่าราคาเหมาะสมคืออะไรและราคาตอนนี้อยู่ที่ไหน คือหัวใจของการลงทุนที่ได้กำไร ถ้าราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมาก นั่นคือโอกาส ถ้าราคาตลาดสูงกว่ามูลค่าแล้ว นั่นคือความเสี่ยง

Deepscope ช่วยให้คุณคำนวณมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นแต่ละตัว เปรียบเทียบกับราคาตลาดในปัจจุบัน และบอกว่าหุ้นตัวนั้นซื้อขายอยู่ที่ Premium หรือ Discount จากมูลค่าพื้นฐาน ทำให้คุณตัดสินใจซื้อขายได้อย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ตามกระแสข่าว

ข่าวดีที่ทุกคนรู้แล้ว คือข่าวที่ราคาในตลาดรวมไปแล้ว ข่าวดีที่คุณรู้ก่อนใคร คือสิ่งที่ทำให้นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จแตกต่างจากคนอื่น

หยุดซื้อตามข่าว เริ่มซื้อตามข้อมูลพื้นฐานที่ถูกต้อง นั่นคือความแตกต่างระหว่างนักลงทุนที่กำไรกับนักลงทุนที่ขาดทุน

วิเคราะห์มูลค่าหุ้นก่อนตัดสินใจได้ที่ https://www.deepscope.com/th/

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของ Buy the Rumor Sell the News ในตลาดไทยคือช่วงที่มีข่าวว่าบริษัทหนึ่งกำลังจะได้สัมปทานขนาดใหญ่ ราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปตั้งแต่ช่วงที่ยังเป็นแค่ข่าวลือ แต่พอวันที่ประกาศอย่างเป็นทางการออกมาจริงๆ ราคากลับร่วงลง เพราะนักลงทุนที่ได้ข้อมูลก่อนขายออกพอดีกับที่นักลงทุนรายย่อยรีบซื้อตามข่าว

นักลงทุนมืออาชีพจะโฟกัสที่การวิเคราะห์ธุรกิจระยะยาว ไม่ใช่การอ่านข่าวระยะสั้น พวกเขาถามว่า 5 ปีข้างหน้าบริษัทนี้จะมีกำไรเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าวันพรุ่งนี้ราคาจะขึ้นหรือลง การโฟกัสที่ระยะยาวทำให้พวกเขาสามารถซื้อเมื่อข่าวร้ายทำให้ราคาต่ำกว่าความเป็นจริง และขายเมื่อ Hype ทำให้ราคาสูงกว่าความเป็นจริง

การที่จะรู้ว่าราคาปัจจุบันต่ำกว่าหรือสูงกว่ามูลค่าจริงต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงปริมาณที่เป็นระบบ ไม่ใช่แค่ความรู้สึก Deepscope ช่วยให้คุณเห็นตัวเลขที่สำคัญทั้งหมดในที่เดียว เพื่อให้การตัดสินใจของคุณอิงกับข้อมูล ไม่ใช่อิงกับอารมณ์หรือกระแสข่าว

จำไว้ว่าในตลาดหุ้น ไม่มีใครได้ฟรีๆ ทุกครั้งที่คุณซื้อเพราะตื่นเต้นกับข่าว มีคนขายให้คุณเพราะมองว่าราคานั้นเหมาะสมที่จะทำกำไรออกแล้ว การตัดสินใจด้วยข้อมูลพื้นฐานคือสิ่งเดียวที่จะทำให้คุณเป็นฝ่ายได้เปรียบในระยะยาว

การลงทุนในหุ้นต้องการความอดทนและวินัย ไม่ใช่ความเร็วในการกดปุ่มซื้อหลังข่าวออก ทุกครั้งที่คุณรู้สึกอยากรีบซื้อเพราะข่าวดี ให้หยุดถามตัวเองก่อนว่าข่าวนี้ออกมาแล้ว ตลาดรู้แล้ว หมายความว่ามันถูกรวมในราคาแล้วหรือเปล่า ถ้าใช่ โอกาสที่ดีในการซื้อก็อาจผ่านไปแล้ว

กลับสู่หน้ารวมบทความ