Web Analytics
หาหุ้นทั้งวันยังไม่ได้สักตัว? ลองคัดหุ้นด้วยระบบ 5 มิติ
MARKET

Select Market Data Region

หาหุ้นทั้งวันยังไม่ได้สักตัว? ลองคัดหุ้นด้วยระบบ 5 มิติ

9 min read 1

หยุดค้นหาหุ้นเองได้แล้ว
Deepscope วิเคราะห์ให้ทุกวัน 5 มิติ iGrowth, iGood, iDividend, iTurnaround
.
ก่อนจะมาใช้ Deepscope ผมเสียเวลาหาหุ้นเองหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์ เปิด Excel กรองตัวเลข เปิด Bloomberg ดูกำไร เปิด Screener อีกอัน กว่าจะได้ List หุ้นมาสัก 10 ตัวก็ใช้เวลาไปครึ่งวัน แล้วก็ยังไม่มั่นใจว่ามันดีจริงหรือเปล่า เพราะต้องอาศัยการตัดสินใจส่วนตัวเยอะมาก
.
จนกระทั่งผมเจอฟีเจอร์ Opportunity Quality Screener ของ Deepscope ที่ใช้ AI วิเคราะห์หุ้นผ่าน 5 มิติที่ต่างกันชัดเจน ได้แก่ iGrowth, iGood, iDividend, iRookie และ iTurnaround อัปเดตทุกวันโดยอัตโนมัติ และข้อมูลล่าสุดที่แสดงคือ Q1/26 ซึ่งสดมากๆ
.
แต่ละมิติมีนิยามชัดเจนและไม่ซ้ำกัน iGrowth คือหุ้นโตเร็วที่บริษัทมีประสิทธิภาพในการทำกำไรดีขึ้นอย่างรวดเร็ว มีสุขภาพทางการเงินที่ดี มีความเสี่ยงได้บ้าง และระบบก็ระบุไว้ตรงๆ ว่าราคาหุ้นอาจสูงบ้างในบางตัว นั่นคือความซื่อสัตย์ที่ผมชอบมาก
.
ดู Opportunity Quality Screener ล่าสุด
หุ้นที่ขึ้นมาใน iGrowth ณ ตอนนี้ตัวที่น่าสนใจมากคือ AUPH (AURINIA PHARMACEUTICALS INC) ที่ได้ Quality Score 100 เต็มสูงสุดในระบบ และ Timing Score 70 บน NASDAQ ราคา $15.60 สุขภาพการเงินของบริษัทระบุว่า Excellent ซึ่งถ้า Quality 100 นี่คือหุ้นที่ผ่านทุกเกณฑ์พื้นฐานของระบบแล้ว
.
ถัดมาคือ TGTX (TG THERAPEUTICS INC) ได้ Quality 69 แต่ Timing ขึ้นมาถึง 87 ราคา $39.48 ถ้าลงทุนแบบดู Quality + Timing ร่วมกัน ตัวนี้น่าสนใจเพราะ Timing Score 87 หมายความว่าจังหวะเทคนิคกำลังดีมาก แม้ Quality จะไม่สูงเท่า AUPH แต่ Timing บอกว่าราคากำลัง Momentum
.
CYRX (CRYOPORT INC) ก็น่าสนใจมาก Quality 62, Timing 91 ราคา $13.31 Timing 91 หมายความว่าสัญญาณเทคนิคบ่งชี้จังหวะเข้าซื้อดีมาก แม้ Quality จะอยู่ระดับกลาง แต่ Price Action กำลังแข็งแกร่ง. AXSM (AXSOME THERAPEUTICS) ก็ Timing 91 เช่นกัน Quality 38 ราคา $227.40
.
สิ่งที่ผมชอบมากในฟีเจอร์นี้คือแต่ละตัวมีการบอก "Company financial health" ชัดเจนว่า Excellent, Good, OK หรือ Not Good ทำให้รู้ว่าตัวไหนมีความเสี่ยงด้านพื้นฐานก่อนตัดสินใจ ไม่ต้องไปหาข้อมูลสุขภาพทางการเงินเพิ่มเติมจากที่อื่น
.
มิติ iDividend คือหุ้นปันผลที่เหมาะกับคนต้องการ Passive Income ไม่ได้มองแค่ Capital Gain. มิติ iRookie คือหุ้นที่เพิ่งฟื้นตัวหรือเข้ามาในตลาดแบบใหม่ มักมีโอกาสทำผลตอบแทนสูงถ้าเข้าได้ถูกจังหวะ. มิติ iTurnaround คือหุ้นที่กำลังฟื้นตัวจากช่วงแย่ ซึ่งถ้าเข้าได้ถูก Return จาก Turnaround Stock มักสูงมาก
.
ในแต่ละมิติระบบยังแสดง Top Sector ว่าในมิตินั้นๆ อุตสาหกรรมไหนมีหุ้นคุณภาพดีเยอะที่สุด ซึ่งมันบอก Sector Rotation ได้ดีพอสมควรว่าเงินกำลังไหลไปที่ไหนในช่วงนี้ เป็นข้อมูล Macro View ง่ายๆ ที่ได้โดยไม่ต้องไปอ่านรายงาน Analyst
.
ฟีเจอร์ที่ผมใช้มากที่สุดในหน้านี้คือปุ่ม "Backtest All Above Stocks" ที่อยู่ด้านล่างของแต่ละมิติ ซึ่งจะพาไปทดสอบว่าถ้าซื้อหุ้นทุกตัวในรายการนั้น ผลลัพธ์ย้อนหลังจะเป็นยังไง ช่วยให้เข้าใจว่า Screener แต่ละมิติให้ผลได้จริงแค่ไหนในอดีต ไม่ใช่แค่ดูหน้าตาแล้วเชื่อ
.
สำหรับผม มิติที่ใช้บ่อยที่สุดคือ iGrowth เพราะลงทุนสายโกรท แต่ถ้าคุณเป็นสาย Value ก็ลองมิติ iGood ที่เน้นบริษัทราคาถูกกว่ามูลค่าจริง หรือถ้าสาย DCA รายเดือนก็ไป iDividend ซึ่งแต่ละสไตล์มีมิติรองรับต่างกัน
.
หุ้นที่ขึ้นมาในรายการนี้ผ่านการคัดกรองโดย AI ที่วิเคราะห์ข้อมูลหลายมิติพร้อมกัน ทำงานแทนผมได้ในเวลาไม่กี่วินาที แทนที่จะนั่งกรองเองหลายชั่วโมงแล้วยังไม่มั่นใจ ผมก็เปิดหน้านี้ดูก่อนทุกครั้งก่อนที่จะเริ่มวิจัยหุ้นใดๆ
.
ข้อสังเกตที่ต้องรู้คือในรายการจะมีทั้งหุ้น Quality สูงและต่ำอยู่ด้วยกัน เพราะ Screener คัดตามมิตินั้นๆ ไม่ใช่ Quality อย่างเดียว ดังนั้นต้องดูทั้ง Quality Score และ Timing Score ประกอบกัน หุ้น Quality ต่ำ Timing สูง คือมีสัญญาณเทคนิคดีแต่พื้นฐานอ่อน ต้องระวังความเสี่ยงสูงกว่า
.
ความที่ฟีเจอร์นี้อัปเดตข้อมูลถึง Q1/26 ทำให้ตัวเลขที่เห็นมันสด ไม่ใช่ข้อมูลเก่าค้างไว้หลายไตรมาส ซึ่งนี่คือปัญหาที่เจอบ่อยมากจากแหล่งข้อมูลฟรีทั่วไปที่อัปเดตช้าหรือไม่อัปเดตเลย ทำให้ตัดสินใจจากข้อมูลล้าสมัยโดยไม่รู้ตัว
.
นอกจากนี้ยังมีปุ่ม Compare, Watchlist และ Myport ที่แต่ละหุ้นในรายการ ทำให้ง่ายมากในการเพิ่มหุ้นที่สนใจเข้าไปติดตามต่อ โดยไม่ต้องจดแยกต่างหาก ทุกอย่างรวมอยู่ในระบบ Deepscope
.
โดยสรุปแล้ว ถ้าคุณยังหาหุ้นเองโดยไม่มีระบบช่วย ผมแนะนำให้ลองเปิด Opportunity Quality ของ Deepscope ดูก่อน ข้อมูลอัปเดตทุกวัน 5 มิติให้เลือกตามสไตล์การลงทุน และมีปุ่ม Backtest ให้ทดสอบได้ทันที อาจประหยัดเวลาคุณได้หลายชั่วโมงต่อสัปดาห์
.
ในช่วงที่ตลาดมี Volatility สูง ฟีเจอร์ Opportunity Quality ยิ่งมีประโยชน์มาก เพราะหุ้นที่ได้ Quality Score สูงจากระบบมักเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง Drawdown น้อยกว่าตลาด และฟื้นตัวได้เร็วกว่าหุ้นที่พื้นฐานอ่อน ซึ่งทำให้พอร์ตมีความมั่นคงมากขึ้นในระยะยาว
.
ผมลองเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างการซื้อหุ้นตาม iGrowth กับการซื้อหุ้นแบบสุ่ม พบว่าหุ้นใน iGrowth มีแนวโน้ม Outperform ตลาดในช่วงระยะเวลา 3-6 เดือนได้บ่อยกว่ามาก แม้จะมีบางตัวที่ไม่ได้ผลตามที่คาด แต่โดยรวมแล้วการมีระบบ Filter คุณภาพช่วยได้มากกว่าไม่มีอะไรเลย
.
PEG Ratio ที่แสดงในแต่ละหุ้นของ Opportunity Quality ก็เป็นข้อมูลสำคัญ PEG ต่ำหมายถึงราคาหุ้นยังไม่แพงเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไร เช่น TGTX มี PEG 0.02 ซึ่งถือว่าต่ำมาก หมายความว่าถ้ากำไรโตตามที่คาดไว้ ราคาหุ้นตอนนี้ยังถูกอยู่มาก
.
สรุปแล้ว Opportunity Quality Screener ของ Deepscope เป็นเครื่องมือที่ใช้เวลาน้อยแต่ให้ Shortlist หุ้นที่มีคุณภาพได้รวดเร็ว ทั้ง 5 มิติครอบคลุมนักลงทุนทุกสไตล์ ตั้งแต่ Growth, Value, Dividend ไปจนถึง Turnaround Investor และข้อมูลอัปเดตทุกวันทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะได้ข้อมูลเก่า
.
เปิดดู Opportunity Quality Screener ได้เลยที่
→ https://deepscope.com/th/opportunity/

กลับสู่หน้ารวมบทความ