Web Analytics
กับดักปันผล (Dividend Trap) คืออะไร — วิธีตรวจก่อนซื้อหุ้นปันผลสูง | Deepscope
MARKET

Select Market Data Region

กับดักปันผล (Dividend Trap) คืออะไร — วิธีตรวจก่อนซื้อหุ้นปันผลสูง

9 min read 25

ตอนเริ่มลงทุนใหม่ๆ ผมเคยเจอหุ้นตัวหนึ่งที่ขึ้นมาว่าจ่ายปันผล 9% ต่อปี ตอนนั้นดอกเบี้ยเงินฝากยังไม่ถึง 2% ด้วยซ้ำ ผมคิดในใจว่าถ้าซื้อแล้วถือไว้เฉยๆ ก็ได้ผลตอบแทนเกือบ 5 เท่าของเงินฝาก มันดูเป็นดีลที่ดีเกินกว่าจะปล่อยผ่าน

สิ่งที่ผมไม่ได้ทำในวันนั้นคือเปิดดูว่าปีก่อนหน้าบริษัทนี้จ่ายปันผลเท่าไหร่

คำตอบคือ 0 บาท และปีก่อนหน้านั้นก็ 0 บาท ตัวเลข 9% ที่ผมเห็นมาจากการจ่ายพิเศษครั้งเดียวจากการขายสินทรัพย์ ไม่ใช่จากกำไรที่ธุรกิจทำได้เป็นประจำ พอปีถัดมาไม่มีสินทรัพย์ให้ขายอีก ปันผลก็หายไปพร้อมกับเหตุผลที่ผมซื้อหุ้นตัวนั้นตั้งแต่แรก

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า กับดักปันผล (Dividend Trap) และมันพบได้บ่อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

กับดักปันผลคืออะไร

กับดักปันผลคือหุ้นที่แสดงอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงผิดปกติ ทั้งที่ความสามารถในการจ่ายจริงของบริษัทไม่ได้สูงตามตัวเลขนั้น นักลงทุนที่ดูแค่ตัวเลขปันผลอย่างเดียวจึงเข้าใจผิดว่าจะได้รับผลตอบแทนระดับนั้นต่อไปทุกปี

ปัญหาอยู่ที่วิธีคำนวณ อัตราผลตอบแทนเงินปันผลมาจากสูตรง่ายๆ คือเงินปันผลต่อหุ้น หารด้วยราคาหุ้น แล้วคูณ 100 แปลว่าตัวเลขนี้จะสูงขึ้นได้จาก 2 ทาง — เงินปันผลเพิ่ม หรือราคาหุ้นลดลง ซึ่งทางที่สองไม่ใช่ข่าวดีเลย

ตัวเลขจริงจากตลาดหุ้นไทย

เราลองสแกนหุ้นสามัญไทยทั้งตลาด 850 ตัว เพื่อดูว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมากแค่ไหน ผลออกมาแบบนี้

  • มีหุ้นที่จ่ายปันผลจริง 555 ตัว อัตราเฉลี่ยของกลุ่มนี้อยู่ที่ 4.96%
  • ถ้านับรวมบริษัทที่ไม่จ่ายปันผลเลยด้วย ค่าเฉลี่ยทั้งตลาดจะเหลือ 3.24%
  • มีหุ้น 254 ตัว ที่อัตราปันผลปัจจุบันเกิน 5% ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดชัดเจน
  • แต่ในจำนวนนั้น 31 ตัวเคยจ่ายปันผล 0 บาทในปีก่อนหน้า

31 จาก 254 คือประมาณ 1 ใน 8 ของหุ้นปันผลสูงในตลาดไทย ที่ตัวเลขปันผลปัจจุบันไม่ได้สะท้อนความสม่ำเสมอในการจ่ายเลย และนี่ยังไม่นับกลุ่มที่จ่ายทุกปีแต่จ่ายลดลงเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนอีกแบบหนึ่ง

ตัวที่ปันผลสูงที่สุดในตลาดไทยตอนนี้อยู่ที่กว่า 26% ต่อปี แต่พอเปิดดูย้อนหลัง 2 ปีก่อนหน้า ตัวเลขคือ 0 ทั้งสองปี

ปันผลสูงผิดปกติ มักมาจาก 2 สาเหตุนี้

1. การจ่ายปันผลพิเศษครั้งเดียว

บริษัทขายที่ดิน ขายบริษัทลูก หรือมีรายการพิเศษที่ทำให้มีเงินสดก้อนใหญ่เข้ามาในปีนั้น แล้วแบ่งจ่ายให้ผู้ถือหุ้น เงินก้อนนี้เป็นของจริง ผู้ถือหุ้นได้รับจริง แต่มันเกิดขึ้นครั้งเดียว ปีถัดไปไม่มีที่ดินให้ขายอีกแล้ว

วิธีสังเกตคือดูงบกำไรขาดทุน ถ้ากำไรปีนั้นกระโดดขึ้นผิดปกติจากรายการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ปันผลที่ตามมาก็มักจะเป็นครั้งเดียวเช่นกัน

2. ราคาหุ้นร่วงลงแรง

อันนี้อันตรายกว่า เพราะตัวเลขปันผลดูดีขึ้นในขณะที่สถานการณ์จริงแย่ลง สมมติหุ้นจ่ายปันผล 2 บาทต่อหุ้น ราคา 40 บาท อัตราปันผลคือ 5% ถ้าราคาร่วงเหลือ 20 บาทโดยที่เงินปันผลเท่าเดิม อัตราปันผลจะกลายเป็น 10% ทันที

คำถามที่ต้องถามต่อคือ ทำไมราคาถึงร่วง 50% ในเมื่อธุรกิจยังจ่ายปันผลได้เท่าเดิม บ่อยครั้งคำตอบคือตลาดเห็นบางอย่างในอนาคตที่ยังไม่ปรากฏในงบปีล่าสุด และปันผลรอบถัดไปนั่นแหละที่จะถูกตัด

กราฟเปรียบเทียบอัตราปันผลย้อนหลัง 3 ปี ระหว่างหุ้นที่จ่ายต่อเนื่องกับหุ้นที่จ่ายครั้งเดียว
ตัวเลขปันผลปีล่าสุดใกล้เคียงกัน แต่ประวัติการจ่ายบอกคนละเรื่อง

3 อย่างที่ตรวจได้เองก่อนซื้อ

หนึ่ง — ดูประวัติการจ่ายย้อนหลังอย่างน้อย 3 ปี ไม่ใช่ดูแค่ปีล่าสุด บริษัทที่จ่ายปันผลต่อเนื่องทุกปีแม้จำนวนจะขึ้นลงบ้าง มีความน่าเชื่อถือมากกว่าบริษัทที่จ่ายก้อนใหญ่ปีเดียวแล้วเงียบไป การจ่ายต่อเนื่องสะท้อนว่าธุรกิจสร้างกระแสเงินสดได้สม่ำเสมอ ไม่ใช่ได้มาจากเหตุการณ์พิเศษ

สอง — เทียบเงินปันผลกับกำไรที่บริษัททำได้ ถ้าบริษัทจ่ายปันผลมากกว่ากำไรที่ทำได้ในปีนั้น แปลว่ากำลังจ่ายจากเงินสะสมเก่าหรือจากการกู้ ซึ่งทำต่อเนื่องไม่ได้นาน ตัวเลขที่ใช้ดูคืออัตราการจ่ายปันผล (Payout Ratio) ถ้าเกิน 100% ต้องหาคำตอบให้ได้ว่าทำไม

สาม — ดูว่าธุรกิจยังทำกำไรอยู่หรือไม่ บริษัทที่ขาดทุนจ่ายปันผลต่อไปไม่ได้ในระยะยาว ต่อให้ปีนี้ยังจ่ายอยู่ก็ตาม ค่า P/E ที่ติดลบหรือคำนวณไม่ได้เป็นสัญญาณแรกที่ควรหยุดดู

ทำไมรายชื่อหุ้นปันผลตามเว็บทั่วไปถึงไม่ช่วยเรื่องนี้

รายชื่อ "หุ้นปันผลสูง" ที่เห็นตามเว็บส่วนใหญ่มาจากการคัดด้วยมือ เลือกมา 8-15 ตัวจากบทวิจัยของโบรกเกอร์รายเดียว แล้วเผยแพร่ครั้งเดียวจบ ปัญหาคือตัวเลขปันผลเปลี่ยนทุกวันตามราคาหุ้น บทความที่เขียนเมื่อ 3 เดือนก่อนจึงอาจแนะนำหุ้นที่ตอนนี้ไม่เข้าเกณฑ์แล้ว

และเกือบทุกบทความจะเตือนเรื่องกับดักปันผลไว้ท้ายบทความ แต่ไม่มีบทความไหนบอกได้ว่าหุ้นตัวไหนบ้างที่เข้าข่าย เพราะการจะรู้ได้ต้องมีข้อมูลการจ่ายปันผลย้อนหลังของหุ้นทั้งตลาด ไม่ใช่แค่ 8 ตัวที่เลือกมา

วิธีที่เราคัดกรอง

เราสแกนหุ้นสามัญไทยทั้ง 850 ตัวใหม่ทุกวัน ด้วยเกณฑ์ตายตัวชุดเดียวกัน แล้วเก็บเฉพาะตัวที่ผ่านครบทุกข้อ

  • อัตราปันผลปัจจุบันตั้งแต่ 5% ขึ้นไป
  • จ่ายปันผลต่อเนื่องครบ 3 ปีติดต่อกัน ข้อนี้คือข้อที่คัดกับดักปันผลออกไป
  • คะแนนคุณภาพจาก AI ตั้งแต่ 60 เต็ม 100 ประเมินจากความสามารถทำกำไร การเติบโต ภาระหนี้ และความสม่ำเสมอของกำไร
  • ยังมีกำไร (P/E เป็นบวก)
  • เฉพาะหุ้นสามัญเท่านั้น ไม่รวม DR, ETF, กองทุน, หุ้นกู้ และหุ้นบุริมสิทธิ

จากหุ้น 254 ตัวที่ปันผลเกิน 5% เหลือผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 124 ตัว อีก 130 ตัวถูกคัดออกเพราะจ่ายไม่ต่อเนื่องหรือคุณภาพงบไม่ผ่าน

รายชื่อทั้งหมดอัปเดตทุกวันและดูได้ฟรี พร้อมอัตราปันผลย้อนหลัง 3 ปี ค่า P/E, ROE และคะแนนคุณภาพของแต่ละตัว ที่หน้า หุ้นปันผลสูง

สรุป

อัตราปันผลสูงไม่ได้แปลว่าหุ้นดี และไม่ได้แปลว่าหุ้นแย่ มันเป็นแค่ตัวเลขที่บอกความสัมพันธ์ระหว่างเงินปันผลกับราคา ณ วันนี้เท่านั้น สิ่งที่บอกได้จริงว่าบริษัทจะจ่ายต่อไปได้หรือไม่ คือประวัติการจ่ายย้อนหลัง กำไรที่รองรับ และสุขภาพงบการเงิน

ก่อนซื้อหุ้นปันผลตัวไหน ใช้เวลาอีกสองนาทีเปิดดูว่าปีก่อนหน้าเขาจ่ายเท่าไหร่ สองนาทีนั้นคือสิ่งที่ผมไม่ได้ทำเมื่อหลายปีก่อน และมันมีราคาของมัน


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น มิใช่คำแนะนำการลงทุนเป็นรายบุคคล ตัวเลขทั้งหมดประมวลผลอัตโนมัติจากข้อมูลที่บริษัทจดทะเบียนเปิดเผย ณ วันที่เผยแพร่ และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กลับสู่หน้ารวมบทความ